เมนูหลัก
ค้นหาสินค้า
หมวดหมู่สินค้า*
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา
เครื่องเสียง
  DIY55.COM
  What Hi Fi
  The Stereo Times
  6moons.com
  Ultra Audio
  Soundstage
  Audiophilia
  TNT Audio
  Record Collector
  Audio Review
  Hi-end News & Equipment Reviews
  The Absolute Sound
  Stereophile
แหล่งความรู้ - Knowledge Website
  ดิกชั่นนารี่ออนไลน์
  ห้องสมุดกฎหมาย
  ห้องสมุดดิจิตอล
  World Factbook
  เภสัชกร รุ่น 29 ปี 2515
  OK Nation.net ลุงพง
  OK Nation.net สุทธิชัย หยุ่น
  เวปหน่วยงานกระทรวง thai Goverrment
  สำนักพระราชวัง
ทีวี - หนังสือพิมพ์ - บันเทิง
  Yes Radio 93.5

ลำนำ เพลงไทย (Thai melody)

 

 

วงดนตรีสุนทราภรณ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
 

วงดนตรีสุนทราภรณ์ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2482 ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 และมีศิลปินยุคต้นๆดังนี้

การรวมกลุ่มของนักดนตรีวงสุนทราภรณ์ เกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2479 โดยเอื้อ สุนทรสนาน กับเพื่อนๆ ร่วมกันตั้งวงดนตรีไทยฟิล์ม เป็นวงดนตรีประจำบริษัทไทยฟิล์ม ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล เมื่อบริษัทไทยฟิล์มเลิกกิจการในปี พ.ศ. 2482 ประจวบกับ วิลาศ โอสถานนท์ อธิบดีกรมโฆษณาการ ดำริให้มีวงดนตรีประจำกรม เอื้อ สุนทรสนาน และเพื่อนนักดนตรีวงไทยฟิล์ม จึงเข้ามาประจำเป็น วงหัสดนตรี กรมโฆษณาการ และเปลี่ยนชื่อวงเป็น วงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ ในเวลาต่อมา

นักดนตรีชุดเดียวกันนี้ เมื่อรับงานของทางราชการ จะใช้ชื่อวงว่า วงดนตรีกรมโฆษณาการ แต่เมื่อใช้รับงานส่วนตัว นอกเวลาราชการ จะใช้ชื่อวงว่า วงดนตรีสุนทราภรณ์ โดยนำชื่อมาจากนามสกุล ของเอื้อ สุนทรสนาน ผสมกับชื่อของคนรักของเอื้อ คือ คุณอาภรณ์ (สุนทรสนาน)

[แก้]
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ 
http://websuntaraporn.com/suntaraporn/home/

 

บทความ : เพลงสุดท้ายของคุณครูเอื้อ สุนทรสนาน กับพระมหากรุณาธิคุณของพระเจ้าอยู่หัวของเรา
(Reader : 3307)

เช้าวานนี้ (วันเสาร์) เป็นวันหยุดที่มีฝนปรอยลงมาจนอากาศเย็นฉ่ำ สมควรอย่างยิ่งที่จะนอนตื่นสายกลิ้งไปกลิ้งมาให้สมกับที่ทำงานหนักมาตลอดอาทิตย์เป็นที่สุด แต่ไม่รู้เป็นไงถึงได้ลุกขึ้นมานั่งฟังเพลงพระราชนิพนธ์จากวิทยุที่เป็นทั้งนาฬิกาปลุกด้วยตั้งแต่เช้า แล้วก็เลยอดไม่ได้ที่จะหยิบแผ่นเสียงรวมเพลงพระราชนิพนธ์ของวงดนตรีสุนทราภรณ์ขึ้นมาทำความสะอาด – เช็ด - เปลี่ยนซองใหม่ทั้งในและนอก แล้วก็อดไม่ได้อีกทีที่จะเปิดเพลงพระราชนิพนธ์ “แสงเทียน” ที่ขับร้องโดยคุณครูเอื้อ สุนทรสนาน ที่ฟังแล้วจับใจมากจนต้องเปิดฟังซ้ำ เอ..วันนี้เกิดอะไรขึ้นกับเรานี่ 

จนกระทั่งช่วงบ่ายผมได้เปิดวิทยุฟังรายการนึง ที่ผู้จัดได้กล่าวถึงเพลงใหม่ของแกรมมี่ที่ (กล่าวกันว่า) แต่งขึ้นเพื่อให้คนรักสามัคคีกันในภาวะที่บ้านเมืองเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ เพลงๆนี้ฟังเผินๆแล้วเพราะดีเหมือนกัน แต่โดยส่วนตัวแล้วผมกลับคิดว่าเป็นเพลงที่ไม่ได้มีสาระอะไรเลยนอกจากจะรวมศิลปินชื่อดังมาร่วมร้องกันร้องแค่นั้น ผู้จัดรายการฯ ได้เปรียบเทียบเพลงของแกรมมี่นี้กับเพลงที่ส่งเสริมให้คนไทยรู้รักสามัคคีอีกหลายเพลงจากฝีมือการประพันธ์ทั้งเนื้อร้องและทำนองของคุณครูเอื้อ สุนทรสนาน ซึ่งต้องยอมรับว่าเนื้อร้องของทุกเพลงของสุนทราภรณ์นั้น ล้วนปลุกใจให้เรารักชาติรักแผ่นดินโดย ใช้คำง่ายๆแต่กินใจมากมาย ในช่วงท้ายผู้จัดรายการก็ได้กล่าวถึงประวัติของคุณครูเอื้อ สุนทรสนานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้าอยู่หัวของเราที่น้าเล็กฟังแล้วตื้นตันน้ำตาซึมไปเลย ก็เลยอดไม่ได้ที่จะขออนุญาตถ่ายทอดให้ชาวเราได้รับรู้กันบ้างผสมผเสเฮฮากับความเห็นส่วนตัวของน้าเล็กเจ้าเก่า ตามประสาคนที่เก็บความประทับใจไว้คนเดียวไม่ได้ ต้องเผื่อแผ่กันสักหน่อย ดีมั๊ยดี ( ...ดี – ถามเองตอบเองก็ได้) 
Posted by : น้าเล็กนอนดึก วัน/เวลา : 8/10/2549 11:17:33

วันนี้ผมจะไม่ขอกล่าวถึงประวัติของคุณครูเอื้อ สุนทรสนาน (2453 - 2524) ที่พวกเราพอจะหาอ่านกันได้จากหนังสือและเวปไซค์ทั่วไป แต่จะขอกล่าวถึงการแต่งเพลงถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของวงดนตรีสุนทราภรณ์ เพลงแรกได้ถูกแต่งขึ้นในคราวที่ทั้งสองพระองค์เสด็จนิวัติพระนครในปี พ.ศ. 2498.ชื่อเพลง “ราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น” เพลงนี้วงดนตรีสุนทราภรณ์ได้บรรเลงถวายบนลานจอดเครื่องบินพระที่นั่ง ณ สนามบินดอนเมืองเลยทีเดียว สังเกตุได้จากเนื้อร้องท่อนที่สองได้บรรยายถึงความสุขใจของประชาราษฏร์ที่ทั้งสองพระองค์เสด็จกลับเมืองไทย ที่ร้องว่า “ราชาเป็นทั้งมิ่งและขวัญ ข้าอภิวันท์ บังคมหวังชมศักดิ์ศรี พระคืนมาเหล่าปวงประชาภักดี ประปิ่นโมฬี อยู่เป็นศรีหทัย....” หลายครั้งที่ผมรู้สึกขัดใจนิดๆที่ได้ยินบางสถานีวิทยุเล่นเพลงนี้กันในวันเฉลิมพระชนม์พรรษา โดยไม่ได้รู้เลยว่าเป็นเพลงที่แต่ขึ้นเพื่อโอกาสเดียวเท่านั้นคือในวันทรงเสด็จกลับ แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรหนักหนา ดีเสียอีกที่ได้ฟังบ่อยๆ นอกจากเพลงแรกเพลงนี้แล้ว วงดนตรีสุนทราภรณ์ยังได้สร้างสรรค์ 
ภาพข้างบน : ครูเอื้อได้เข้าเฝ้าฯที่กรมประชาสัมพันธ์ ในปี พ.ศ.2489) 

เพลงเพื่อพระราชวงศ์ต่อมาอีกเป็นจำนวนมากมาย เท่าที่น้าเล็กจำได้ว่าในภาพยนตร์เรื่อง “เงินเงินเงิน” มีฉากหนึ่งซึ่งคุณครูเอื้อ สุนทรสนานได้ร่วมแสดงและร่วมร้องด้วย จำชื่อเพลงไม่ได้แต่จำฉากนี้ได้ติดต่อที่ครูเอื้อเดินเข้ามาในห้องที่มิตรชัยบัญชาและเหล่าดาราที่กำลังสิ้นหวังตามบทบาท พร้อมขับร้องเพลงที่กล่าวถึงพระกรุณาธิคุณของพระเจ้าอยู่หัวที่ขึ้นต้นว่า “ยังไม่สิ้นหวัง ยังไม่สิ้นหวัง ในครั้งนี้..........” (ผิดพลาดขออภัยนะ ชักจำไม่ค่อยได้แล้ว)
Posted by :น้าเล็กนอนดึก
วัน/เวลา :8/10/2549 11:21:39วัน/เวลา :8/10/2549 11:21:39
 

ในปี พศ. 2522 ครูเอื้อได้เริ้มเข้าออกโรงพยาบาลหลายครั้ง เนื่องจากอาการป่วยที่ปอด ซึ่งเมื่อความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ก็ทรงมอบหมายให้ คุณพูนเพิ่ม ไกรฤกษ์ (เจ้านายน้าเล็กเองในสมัยนั้น) นำกระเช้าดอกไม้พระราชทานเยี่ยม แม้กระทั่งเมื่อครูเอื้อได้กลับมาพักรักษาตัวที่บ้านแล้ว ก็ยังทรงมอบให้ มล.จิรายุ นพวงศ์ นำกระเช้าดอกไม้พระราชทานมาให้ที่บ้านของคุณครูที่ซอยท่านผู้หญิงพหลฯ อีกด้วย ยังความปลิ้มปิติและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณต่อคุณครูเอื้อและครอบครัวสุนทรสนานเป็นอย่างสูง 

ต่อมาในปี พศ. 2523 คุณครุเอื้อ ได้ร่วมเดินทางไปกับคณะกรรมการสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อไปเข้าเผ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ณ. พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นการเข้าเฝ้าฯเป็นครั้งสุดท้ายของคุณครู ในวันนั้นครูเอื้อ ได้ขับร้องเพลง “พรานทะเล” ถวายหน้าพระที่นั่ง แต่ด้วยอาการเจ็บป่วยในหน้าอกจึงทำให้การร้องเพลงนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก ถึงกับทรุดลงเมื่อเพลงจบ ในครั้งนั้น สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาทรงมีพระเมตตาได้ทรงเข้าประคองครูเอื้อให้ลงจากเวที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงทราบว่าครูเอื้อป่วยมากจากอาการมะเร็งที่ปอด จึงทรงให้เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ ทรงสอนให้ทำสมาธิเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วย พร้อมทั้งได้พระราชทานเหรียญหลวงปู่แหวนซึ่งอีกด้านเป็นพระปรมาภิไธย โดยทรงคล้องให้คุณครูเอื้อด้วยพระองค์เอง เพื่อเป็นกำลังใจ ใครเลยจะรู้ว่าเพลง “พรานทะเล”ที่ครูเอื้อขับร้องถวายด้วยความจงรักภักดีในวันนั้น จะเป็นเพลงสุดท้ายที่คุณครูจะขับร้องด้วยตัวเองได้อีกแล้ว 

(ภาพ : ครูเอื้อเข้าเผ้าที่พระตำหนักภูพานฯ เมื่อวันที่ 17 พย. 2523 - เป็นการเข้าเฝ้าครั้งสุดท้าย) 
Posted by :น้าเล็กนอนดึก
วัน/เวลา :8/10/2549 11:26:17วัน/เวลา :8/10/2549 11:26:17
 


ในช่วงปลายปี 2523 ครูเอื้อได้กลับเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลอีกครั้ง โดยเป็นคนไข้ในพระบรมราชูปถัมภ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จนกระทั่งวันที่ 1 เมษายน 2524 คุณครูเอื้อ สุนทรสนาน ก็ได้จากวงการเพลงและโลกใบนี้ไปด้วยโรคมะเร็งที่ปอดด้วยวัย 71 ปี โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพฯ ได้เสด็จไปพระราชทานเพลิงศพให้ครูเอื้อที่วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2525 อันเป็นปีที่มีการเฉลิมฉลองกรุงเทพครบ 200 ปีพอดี
Posted by :น้าเล็กนอนดึก
วัน/เวลา :8/10/2549 11:29:14วัน/เวลา :8/10/2549 11:29:14
 

ในช่วงที่คุณครูเอื้อเริ่มมีอาการเจ็บป่วยนั้น ท่านได้แต่งเพลงๆหนึ่งซึ่งถือได้ว่าเป็นเพลงสุดท้ายที่อาจถือได้ว่าแต่งถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีชื่อเพลงว่า “พระเจ้าทั้งห้า” โดยมีอาจารย์สุรัส พุกะเวศเป็นผู้ช่วยให้คำร้อง เนื้อเพลงนี้เป็นการถวายบังคมลาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและชาติไทยอันเป็นที่รัก รวมทั้งครอบครัวของท่านและไวโอลินประจำตัว เท่าที่ทราบมาว่าเพลงนี้อัดด้วยความยากลำบากเนื่องจากอาการเจ็บป่วยต้องใช้วิธีอัดซ่อมเป็นท่อนๆไปตลอดจึงสำเร็จได้ เนื้อเพลงพระเจ้าทั้งห้ามีดังนี้ 


ดวงใจดวงเดียวที่ฉันมีอยู่ขออุทิศให้ผู้เอ็นดูเอื้อรักบูชา 
มีพระคุณท่วมฟ้าเป็นพระเจ้าทั้งห้าปั้นฉันมีค่าสุดคณารำพัน 

หนึ่งนั้นหรือคือบิดาและมารดรเลือดจากอุทรกลั่นป้อนลูกทุกวัน 
สองชาติศาสนามหาทรงธรรม์พระเจ้าอยู่หัวมิ่งขวัญ ราชันภูมิพล 

สามความรู้จากครูอาจารย์ขับขานชำนาญเพราะท่าน 
ช่วยกันหว่านพืชผล 
สี่ลูกรักเมียขวัญสำคัญกว่าตนทุกข์สุขยอมทน 
เพื่อคนรักด้วยดวงใจ 

พระที่ห้ามีค่ายิ่งกว่าทรัพย์สินซอสุดรักไวโอลิน เหนือสินใด 
ขอฝากเพลงร้องให้เสียงนั้นก้องตลอดไปอนุสรณ์ฝากไว้จากหัวใจสุนทราภรณ์ 
Posted by :น้าเล็กนอนดึก
วัน/เวลา :8/10/2549 11:30:26วัน/เวลา :8/10/2549 11:30:26
 

เป็นไงล่ะครับมิตรรัก ซึ้งใจกันบ้างไหมกับชีวิตของคุณครูเอื้อ สุนทรสนาน ครูเพลงของเมืองไทยที่ตั้งใจฝากผลงานเพลงไว้บนแผ่นดินนี้ด้วยใจ ทุกเพลงที่ท่านสร้างสรรค์ล้วนมีค่าทั้งทางด้านความบันเทิงและจิตใจที่จะ “ให้” บางสิ่งบางอย่างแก่พวกเราเสมอ ไม่ใช่การคิดแต่งเพลงเพื่อธุรกิจเพียงอย่างเดียวดังนักแต่งเพลงบางท่านในปัจจุบัน และเหนือสิ่งอื่นใดคือความจงรักภักดีต่อองค์พระประมุขของชาติ รวมทั้งพระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวงที่ทรงมีต่อครูเพลงท่านนี้ตลอดจนสิ้นอายุของท่าน 

จบ – เอาอีกไหมแบบเนี้ย....หือ 

ปล. ข้อความทั้งหมดที่เขียนขึ้นนี้ ผู้เขียนได้เขียนขึ้นด้วยความเคารพในคุณครูเอื้อ สุนทรสนานทั้งสิ้น มิได้มีเจตนาเพื่อผลทางการค้าหรืออื่นใดและขอน้อมรับความผิดหากมีข้อความใดที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง (รูปประกอบบางภาพนำมาจากเวปไซค์บ้านคนรักสุนทราภรณ์ครับ) 
Posted by :น้าเล็กนอนดึก
วัน/เวลา :8/10/2549 11:33:31วัน/เวลา :8/10/2549 11:33:31
 

(ภาพจากอดีต)
Posted by :น้าเล็กนอนดึก
วัน/เวลา :8/10/2549 11:35:38วัน/เวลา :8/10/2549 11:35:38
 

(ภาพจากอดึต)
Posted by :น้าเล็กนอนดึก
วัน/เวลา :8/10/2549 11:37:00วัน/เวลา :8/10/2549 11:37:00

 

 

ตามหาแผ่นเสียง
(Reader : 511)
ตอนผมเด็กๆเคยเห็นแผ่นเสียงลองเพลย์ ขับร้องโดยอาจารย์ สดใส พันธุมโกมล เป็นเพลงสากล ซึ่งแปลเนื้อร้องจากเพลงขวัญใจเจ้าทุย เนื้อร้องประมาณว่า MY BUFFALO YOU HEAR ME CALLING YOU YOU แต่ไม่เคยเห็นและได้ยินเพลงนี้อีกเลย 
สงสัยว่าอาจเป็นนักร้องผู้หญิงไทยคนแรก ที่นำเพลงไทยไปร้องเป็นสากลและบันทึกเสียงในต่างประเทศ 
ท่านใดเคยพบหรือมีอยู่รบกวน ขอรายละเอียดด้วยครับ 
หน้าปกสีเหลืองๆและฝรั่งเรียกนักร้องท่านนี้ว่าSONDY
Posted by : aboy วัน/เวลา : 21/4/2551 12:47:22

Sondi Sodsai Liberty records USA. - LP LST7116 stereo ผลิตปี 1960 
อาจารย์ สดใส เคยเป็น นางสาวไทย ปี ๑๙๕๙ 
ด้วย ได้ไปประกวดที่ อเมิริกา ได้ตำแหน่ง นางงาม 
สันติภาพ และได้ ทุนเรียนต่อที่ UCLA ในปี 1960 

Posted by :ลุงพง
วัน/เวลา :21/4/2551 16:17:36วัน/เวลา :21/4/2551 16:17:36
 

ร้องในลักษณะน่าสนุกขบขันในเวลาเดียวกัน เนื้อเพลงจะเป็นทั้งสากลผสมไทย 
ปกหลังมีรายละเอียดการบันทึกและรายชื่อเพลง
Posted by :ลุงพง
วัน/เวลา :21/4/2551 16:23:19วัน/เวลา :21/4/2551 16:23:19
 
ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับลุงพง ผมไม่นึกว่าจะได้เห็นแผ่นนี้อีก ไม่ทราบว่าลุงพงมีเก็บไว้ในคอลเลคชั่นหรือเปล่า อยากได้ฟังอีกซักครั้ง
Posted by :aboy
วัน/เวลา :21/4/2551 16:41:46วัน/เวลา :21/4/2551 16:41:46

เย็นย่ำค่ำวันศุกร์ 14 - เพลงไทยบางแผ่น
(Reader : 1005)

กระทู้เย็นย่ำค่ำวันศุกร์ เขียนไปเขียนมารู้สึกว่าจะกลายเป็นเช้าวันเสาร์-อาทิตย์ไปซะแล้ว ช่วงนี้การประมูลแผ่นใน eBay ค่อนข้างคึกคัก อาทิตย์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสแวะเวียนไปเยี่ยมลุงพง ฟังเพลง พูดคุยไปตามเรื่องตามราว แกก็ถามว่าชอบฟังเพลงแนวไหน มานั่งลองคิดๆดูแล้ว ผมว่าแล้วแต่ช่วง บางช่วงก็ฟังเพลงคลาสสิก บางวันก็ป็อป บางทีก็แจ็ซ หนักๆก็มีร็อค แต่ช่วงนี้มีคนพูดถึงเลยวกกลับมาฟังเพลงไทยร่วมสมัย ก็เลยหยิบมาแนะนำ แผ่นแรกเป็นชุดกล่อมมีศิลปินมีชื่อเสียงมากมายมาช่วยกันร่วมทำชุดนี้ ฟังแล้วก็เพลินดี
Posted by : joey วัน/เวลา : 3/2/2550 21:19:38

ชุดถัดมาเป็นชุด พวงร้อย ๑
Posted by :joey
วัน/เวลา :3/2/2550 21:22:32วัน/เวลา :3/2/2550 21:22:32
 

ชุดถัดมาเป็นชุด พวงร้อย ๒ 

ทั้ง 2 ชุดเป็นเพลงร้องร่วมการบรรเลงเครื่องดนตรี 2-3 ชิ้น คุณภาพการบันทึกจัดว่าใช้ได้แต่สำคัญที่บทเพลงและอารมณ์เพลงมากกว่า 
Posted by :joey
วัน/เวลา :3/2/2550 21:33:04วัน/เวลา :3/2/2550 21:33:04
 
CD ที่อัดจากแผ่นพวงร้อยมาให้ เพราะดีมากครับ แต่ผมได้ยินเสียงเนื้อเทปอยู่ด้วย จึงสงสัยว่าแผ่นนี้(ซึ่งแน่นอนว่าคงต้องถ่ายมาจากเทปซึ่งใช้เป็น master) มีเสียงเนื้อเทปเดินด้วยหรือเปล่าครับ ถ้ามีจริงตามที่ผมได้ยินจาก CD ก็แสดงว่าไม่มีการทำ remastering ก่อนเป็น master เลยนะครับ
Posted by :ลุงพง
วัน/เวลา :3/2/2550 21:35:10วัน/เวลา :3/2/2550 21:35:10
 
มีเสียงเนื้อเทปเดินในแผ่นเสียงอย่างที่ลุงพงได้ยินครับ
Posted by :joey
วัน/เวลา :4/2/2550 12:56:33วัน/เวลา :4/2/2550 12:56:33

 

รวบรวมข้อมูลนักร้องลูกทุ่งไทย

http://www.oknation.net/blog/countryman/2007/07/16/entry-2

 

แผ่นเสียง 10 นิ้วตราประเทศไทย "เมืองไทยนี้ดี" และ เอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 5 และ 6
(Reader : 3731)


มีเพลงไทยอยู่เพลงหนึ่งซึ่งผมได้ยินมาตั้งแต่ยังเด็กเรียนหนังสืออยู่โรงเรียนอนุบาลพิบูลย์เวศน์ สุขุมวิท 71 จนกระทั่งมาเรียนต่อที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ ได้เคยเห็นปกแผ่นเสียงแผ่นนี้มาแล้วนานมากจนเลอะเลือน นึกไม่ถึงว่า 40 กว่าปีผ่านมาจะได้สัมผัสแผ่นนี้จริงๆ หลายคนคงจำเพลงๆสั้นเพลงหนึ่งที่ใช้ถ้อยคำง่ายแต่กินใจ ได้ยินทีไรต้องเกิดความภูมิใจในความเป็นคนไทยและรักชาติขึ้นมาทันที ดังเนื้อเพลงที่ว่า :- 

"เมืองไทยเรานี้ แสนดีหนักหนา 
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว 
ทำมากิน แผ่นดินของเรา 
ปลูกเรือนสร้างเหย้า อยู่ร่วมกันไป 
เราอยู่เป็นสุข สนุกสนาน 
เราตั้งถิ่นฐาน ไปจนยิ่งใหญ่ 
เมืองไทยเรานี้ แสนดีกระไร 
เรารักเมืองไทย ยิ่งชีพเราเอย" 

ไม่เคยรู้เลยว่าเพลงนี้เป็นผลงานเพลงของวงดนตรีพีระ ตรีบุปผา ดังรายละเอียดในปกหลัง แผ่นนี้เป็นแผ่น 10 นิ้วตราประเทศไทย มีด้านละสามเพลงไพเราะลึกซึ้งทั้งสิ้น โดยเฉพาะน้ำเสียงของคุณบุปผา สายชลที่ใสมากๆ ไม่รวมถึงเสียงของคุณพีระ ตรีบุปผาเองที่เสียงดีมากเช่นกัน 

วันนี้พอมีเวลาเลยอดไม่ได้ที่จะนำมาภาพปกมาให้พวกเราได้ชมกัน 
Posted by : nalek วัน/เวลา : 22/8/2550 15:18:25


จากภาพสีน้ำปกข้างบน ซึ่งเป็นรูปหนุ่มสาวไทยกำลังรำวงกันสนุกสนานน่ารักมากนั้น ดูจากวิธีการวาด ทิวทัศน์ด้านหลังและสรีระของผู้คนในภาพ เลยขอเดาว่าน่าจะเป็นฝีมือของอาจารย์เหม เวชกร เนื่องจากไม่มีลายเซ็นผู้เขียนภาพปรากฏไว้ ถ้าไม่ใช่ใครรู้บอกที ส่วนด้านหลังปกก็ไม่มีรายละเอียดอะไรเลยนอกจากชื่อเพลงและผู้ขับร้อง
Posted by :nalek
วัน/เวลา :22/8/2550 15:23:14วัน/เวลา :22/8/2550 15:23:14


สลากกลางแผ่นก็มิได้มีรายละเอียดใดเกี่ยวกับผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่าย มีแต่ตราประเทศไทยพิมพ์ด้วยสีทองเรืองรองอยู่เท่านั้น ดูขลังและสวยงามมาก
Posted by :nalek
วัน/เวลา :22/8/2550 15:26:29วัน/เวลา :22/8/2550 15:26:29


สลากหน้าสอง ซึ่งเรียบง่ายและสวยงามเช่นกัน
Posted by :nalek
วัน/เวลา :22/8/2550 15:28:26วัน/เวลา :22/8/2550 15:28:26


ในปีพ.ศ.2509 ซึ่งผมเรียนหนังสืออยู่ชั้น ป.4 ประเทศไทยก็ได้รับเกียร์ติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2509 ซึ่งเพลงประจำการแข่งขันนั้นถูกนำมาให้นักเรียนใช้เป็นบทเรียนในวิชาขับร้องด้วย เพลงที่กล่าวถึงนี้คือ "โอ เอเชี่ยนเกมส์" ที่ขับร้องโดยคุณนภา หวังในธรรม และคุณเสนีย์ อุษณีย์สาณฑ์ ในแผ่นเสียงจะเรียกเพลงนี้ว่าเป็นเพลงที่ระลึกโดยมีทั้งเนื้อภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้านละเพลง 

คำร้องทำนองภาษาไทยแต่งโดย อจ.ไพบูลย์ ศุภวารี 
เนื้อเพลงภาษาอังกฤษแต่งโดย อจ.ประเสริฐ ณ นคร 
เรียบเรียงเสียงประสานและอำนวยเพลงโดย รอ. ชูชาติ พิทักษากร 
แผ่นเสียงตรามิตรภาพ ผลิตโดยบริษัท ธานินทร์อุตสาหกรรม
Posted by :nalek
วัน/เวลา :22/8/2550 15:39:44วัน/เวลา :22/8/2550 15:39:44

ชอบ3บรรทัดแรก แต่สำหรับน้าเล็กแถมให้อีกบรรทัดนึงครับ 
(คุณน้า แห่งวงการแผ่นเสียง)
Posted by :riderpok
วัน/เวลา :22/8/2550 15:42:16วัน/เวลา :22/8/2550 15:42:16


ปกหลังเป็นภาพธงชาติของ 18 ประเทศที่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนั้นรวมทั้งธงไตรรงค์ของไทย ใครอยากรู้ว่ามีชาติใดบ้างต้องฟังจากเนื้อเพลงครับ
Posted by :nalek
วัน/เวลา :22/8/2550 15:44:05วัน/เวลา :22/8/2550 15:44:05


ไม่ทันไรเลยโดนนักเรียนโค่งแซวซะแล้ว ใจเย็นๆครับ ดช.ป๊อก ข้างบนนี้ก็คือเนื้อเพลงพร้อมโน้ตทั้งภาษาไทยและอังกฤษซึ่งสอดไว้ในแผ่นด้วย - สภาพเปื่อยมากตามอายุแผ่น
Posted by :nalek
วัน/เวลา :22/8/2550 15:47:58วัน/เวลา :22/8/2550 15:47:58


ส่วนนี่ก็คือเครื่องหมายการค้าแผ่นเสียงตรามิตรภาพ ของบริษัทธานินทร์ อุตสาหกรรม ซึ่งผมชอบใจจัง ดูดีทั้งชื่อและโลโก้
Posted by :nalek
วัน/เวลา :22/8/2550 15:52:04วัน/เวลา :22/8/2550 15:52:04
Asian Games เมื่อ 9 ปีที่แล้วที่บ้านเราเป็นเจ้าภาพ ก็มีเพลงโอ เอเชี่ยนเกมส์เหมือนกันครับ น้าแอ๊ด คาราบาวร้องไว้ 

ตอนนั้นเคยอ่านบทสัมภาษณ์น้าแอ๊ดแกบอกว่าตอนเด็กๆเคยมีเสื้อยืดตัวนึงสกรีนคำว่าโอ เอเชี่ยนเกมส์ แกก็เลยได้แรงบรรดาลใจมาแต่งเพลงนี้ครับ 

คำถามที่ผมสงสัยมาตลอด 9 ปีว่าโอ เอเชี่ยนเกมส์ของน้าแอ๊ดสมัยเด็กๆคืออะไร วันนี้ผมคิดว่าผมได้รับคำตอบแล้วครับ ขอบคุณ คุณ nalek มากๆครับ 
Posted by :yordpao
วัน/เวลา :22/8/2550 15:59:01วัน/เวลา :22/8/2550 15:59:01

Posted by :prateep
วัน/เวลา :27/9/2553 17:34:33วัน/เวลา :27/9/2553 17:34:33
ลืมไป...ขอบคุณน้าเล็กครับที่ลงรูปให้ดู ปกสวยจริงๆด้วย ฝีมือการเพ้นสีน้ำระดับสุดยอดจริงๆครับ เลยอดแซวไม่ได้(ขอโทษนะที่มาคั่นกระทู้น่ะครับ)

Posted by :riderpok
วัน/เวลา :22/8/2550 15:59:39วัน/เวลา :22/8/2550 15:59:39
 


ช้าๆได้พร้าเล่มงามเว้ย... 
ต่อมาในปี 2513 ซึ่งผมก็อยู่ มศ.1 (น่าจะเท่ากับ ม.2 ในปัจจุบันนะ) ประเทศไทยก็จำใจต้องรับเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนเกมส์อีกครั้งเนื่องจากประเทศที่จะรับช่วงต่อจากครั้งที่ 5 (จำไม่ได้ว่าอินเดียหรืออะไรนี่หละ) ไม่พร้อมกับการเป็นเจ้าภาพด้วยเหตุผลใดจำไม่ได้ คณะกรรมการจึงมีมติให้ไทยเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง ในระหว่างวันที่ 9 - 20 ธันวาคม 2513 ซึ่งในครั้งนั้นเพลงที่ระลึกจะโด่งดังมากเช่นกัน เพราะแม้แต่นายแห้ว โหระพากุล คนรับใช้หนุ่มของพล นิกร กิมหงวนและ ดร.ดิเรกยังร้องล้อเลียนโดยโดยแปลงเนื้อบางตอนให้ฟังสัปโดกสัปดน - ใครอยากรู้หาอ่านเอาเองจำชือตอนไม่ได้ แต่จำถ้อยคำตรงนั้นได้ เนื้อเพลงมีว่า 

"ประดับเด่นเห็นเป็นห่วงๆ นั่นหรือคือบ่วงโอบพวกเรา 
จะอยู่ที่ไหนมาลำเนาเพรียบพร้อมรวมเหล่าเผ่ากีฬา 
ทุกชาติภูมิใจจำรูญที่ได้เป็นศูนย์กลางบูรพา 
โลกนิยมสมญาคือเอเชี่ยนเกมส์ 
อันว่ากีฬาเป็นแหล่งความสมบูรณ์ให้ 
เกิดพลานามัยเพิ่มพลังข้นเข้ม 
วิญญาชาวเอเชียนานาจะเป็นนักกี่ฬาโดยเต็ม 
เอเชี่ยนเกมส์เชิดขูขวัญจรรโลงใจ 
เหมือนสื่อประสานสัมพันธ์ให้กันถ้วนหน้า 
และผูกใจสามัคคีให้ยั่งยืนไป 
เอเชี่ยนเกมส์กีฬาก่อปัจจัย 
ส่งสันติ สุขสมบูรณ์ให้ชาวเอเซีย 
ไขโย ไชโย ไชโย เอเชี่ยนเกมส์...." 
Posted by :nalek
วัน/เวลา :22/8/2550 16:03:37วัน/เวลา :22/8/2550 16:03:37
 


ขออำไพในความล่าช้าเพราะพิมพ์สดๆน่ะ กะลังมีอารมณ์ไง - เพลงเอเชี่ยนเกมส์ข้างบนก็พิมพ์สดจากความทรงจำในใจเลยนะ เพราะจำเพลงนี้ได้แม่นมากๆ ถ้าจะพลาดก็คงสักสองสามคำรับรองได้ว่าไม่เกินกว่านี้... 

ส่วนเพลงที่ระลึกเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 6 นี้ มิได้ระบุว่าใครเป็นผู้ขับร้อง นอกจะมีข้อความว่า "บรรเลงและขับร้องโดยวงโยธวาฑิต กองดิริยางค์มณฑลทหารบกที่ 1" อีกทั้งไม่มีเนื้อร้องภาษาอังกฤษดังเช่นเพลง "โอเอเชี่ยนเกมส์" แต่อีกด้านหนึ่งของแผ่นเสียงจะเป็นซาวด์ดนตรีล้วนๆให้นักเรียนใช้ฝึกร้องในชั้นเรียนดังที่ผมกล่าวไว้ข้างบน 

แผ่นนี้สลากกลางแผ่นสวยมากครับ.... 
สำหรับการมหกรรมกีฬาทั้งสองครั้งนี้ได้มีการทำเหรียบกษาปณ์ราคา 1 บาทเป็นที่ระลึกด้วยทั้งสองครั้ง สวยงามมากซึ่งผมมีเก็บไว้อย่างละเหรียญ คิดว่าคงจะเอามาเก็บเข้าคู่กับสองแผ่นนี้ได้เป็นอย่างดี 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านมาติชม สำหรับแผ่นทั้งหมดต้องขอขอบคุณคุณโอ๋พ่อค้าของเก่า (ไฮโซ) คุณเอก และคุณหนุ่ม ไว้ ณ ที่นี้ - ขอบคุณมากขอบคุณจริงๆเลย
Posted by :nalek
วัน/เวลา :22/8/2550 16:15:11วัน/เวลา :22/8/2550 16:15:11
 
เครื่องหมายการค้า "น้าเล็กนอนดึก" ยังคงให้ข้อมูลสุดยอดเช่นเคย
Posted by :ลุงพง
วัน/เวลา :22/8/2550 18:07:11วัน/เวลา :22/8/2550 18:07:11
 
ยังจำได้ไม่เสื่อมคลายเลยครับ 
ประดับเด่นเห็นเป็นห่วงๆ นั่นหรือคือบ่วงโอบพวกเรา 
พวกเราเอามาแปลงเนื้อเป็นว่า 
ประดับเด่นเห็นเป็นพวง ๆ นั่นหรือคือพวงของพวกเรา 

กับเนื้อที่ร้องว่า โอ เอเชี่ยนเกมส์ ก็มีแซวกันเล็ก ๆ เป็นว่า โอย..เอเชี่ยนเกมส์ 

ขอบคุณน้าเล็กที่ช่วยกระตุ้นต่อมความจำ 
ฮะแอ้ม เอเชี่ยนเกมส์ ปีนี้ จัดกันที่โคราช..เด้อ
Posted by :serikul
วัน/เวลา :22/8/2550 18:37:00วัน/เวลา :22/8/2550 18:37:00
 


เห็นคุณพี่ดุสิตเข้ามาตอบแล้วมีความรู้สึกเหมือนคนแก่ล้อมวงคุยกันยังไงก็รู้.... (ระวังน้ำหมากกระเด็นลงแก้วเบียร์นะ) 

ครับ.. นั่นแหละที่ไอ้แห้วร้องว่า "ประดับเด่นเห็นเป็นพวงๆ นั่นหรือคือพวง...ของพวกเรา" - สำนวนตลกโปกฮาของท่าน ป. อินทรปาลิต ในชุดพลนิกรกิมหงวนปกอ่อนเล่มละหนึ่งบาท แต่ที่ผมคุยไว้ข้างบนถึงเนื้อเพลงที่เขียนจากความทรงจำว่าถ้าจะมีพลาดก็ไม่เกินสามคำนั้น พอเปิดฟังจริงๆเมื่อสักครู่นี้ก็รู้ว่าตัวเองตกม้าตายไปเรียบร้อยเพราะมีคำผิดถึง 9 คำคือ : - 

“ประดับเด่นเห็นเป็น ธง ห่วง นั่นหรือคือบ่วงโอบพวกเรา 
จะอยู่ที่ไหนมาลำเนาเพรียบพร้อมรวมเหล่าเผ่ากีฬา 
ทุกชาติภูมิใจจำรูญที่ได้เป็นศูนย์ ชาว บูรพา 
โลกนิยมสมญาคือเอเชี่ยนเกมส์ 
อันว่ากีฬาเป็น แรง พาสมบูรณ์ให้ 
เกิดพลานามัย ช่วย พลังข้นเข้ม 
วิญญาณ ชาวเอเชียนานาจะเป็นนักกีฬาโดยเต็ม 
เอเชี่ยนเกมส์เชิดชูขวัญจรรโลง ไกล 
เหมือนสื่อประสานสัมพันธ์ ใน กัน ทั่ว หน้า 
ชวน ผูกใจสามัคคีให้ยั่งยืนไป 
เอเชี่ยนเกมส์กีฬาก่อปัจจัย 
ส่งสันติ สุขสมบูรณ์ให้ชาวเอเซีย 
ไขโย ไชโย ไชโย เอเชี่ยนเกมส์...." 

ผมเชื่อผมคนรุ่นขึ้นเลข 5 คงยังจำเสียงเชียร์ฮีโร่เอเชี่ยนเกมส์ของไทยอย่าง คุณปรีดา จุลละมณฑล - นักปั่นจักรยานน่องเหล็ก / คุณไชยะ สุขจินดา นักยกน้ำหนักยักษ์เล็กที่มีไฝกลางหน้าฝาก / อาณัติ รัตนพล นักวิ่งลมกรดของไทย ฯลฯ ได้ดี รวมถึงนักวิ่งสาวจีนที่วิ่งทีไรชนะทีนั้นที่ชื่อว่า "ชีเช็ง" 

ก็ขอฝากรูปแผ่นเสียงเพลงชาติที่ใช้เปิดในการรับเหรียญทองของสองประเทศซึ่งอยู่ในแผ่นเดียวกันด้านละเพลง เป็นแผ่นเจ็ดนิ้วสปีด 45 ซึ่งผมเชื่อว่าทั้งหมดเป็นการบรรเลงของวงดนตรี "พิทักษากร" เช่นเดียวกับเพลง "โอ..เอเชี่ยนเกมส์" ถ้านับถึงวันนี้ก็มีอายุแผ่นได้ 41 ปีแล้วครับ 

Posted by :nalek
วัน/เวลา :22/8/2550 20:29:26วัน/เวลา :22/8/2550 20:29:26
 


.....และเพลงชาติ ฟิลิปปินส์
Posted by :nalek
วัน/เวลา :22/8/2550 20:32:29วัน/เวลา :22/8/2550 20:32:29
 
ไม่เป็นไรครับน้าเล็ก โบราณท่านยังว่า ผิดเป็นครู ไม่งั้นน้าเล็กคงเป็นครูไม่ได้หรอก จริงม่ะ 
หนังสืออ่านสนุก พล นิกร กิมหงวน ของ ป. อินทรปาลิต ที่อ่านในสมัยนั้น ขำก๊ากเลยจริง ๆ มุขท่านแต่ละมุข กินใจจริง ๆ แต่ผมเคยเอามาอ่านใหม่ในตอนนี้ ทำไมไม่รู้สึกขำก็ไม่รู้ หรือจะเป็นว่าพวกเราที่อายุถึงเลข 5 ในชีวิตจริงมันมีอะไรตลกโปกฮายิ่งกว่านั้น ก็ไม่รู้ได้
Posted by :serikul
วัน/เวลา :22/8/2550 20:46:15วัน/เวลา :22/8/2550 20:46:15
 
เข้ามาแอบอ่านแต่เช้า และสวัสดีครับ 
(เห็นกระทู้นี้แล้วหลายวันแต่ผ่านไปมา ไม่ได้เข้ามาอ่านได้อย่างไรไม่ทราบเหมือนกัน 
แต่ตอนนี้ได้อ่านแล้วล่ะครับ) 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ครับ 
Posted by :Jitrayut
วัน/เวลา :23/8/2550 6:59:58วัน/เวลา :23/8/2550 6:59:58
 
พี่ทีปขุดกระทู้เมื่อก่อนโน้นนนนน เจ้าของกระทู้เข้ามาทักทายกันหน่อยจิครับ 
Posted by :riderpok
วัน/เวลา :27/9/2553 19:01:33วัน/เวลา :27/9/2553 19:01:33
 

สวัสดีครับคุณประทีปและคุณป๊อก ทราบจากสายลับ ๐๐๘ ว่ากระทู้ที่เขียนไว้ัเมื่อ ๓ ปีก่อนถูกนำมาลงซ้ำ ก็เลยแวะเข้ามาทักทาย ขอบคุณที่ยังนึกถึงกันอยู่ 

พอกลับมาอ่านก็เลยเจอข้อผิดพลาดที่ไม่ได้แก้ไขไว้ คือรูปหน้าปก "เพลงไทยนี้ดี" นั้นเป็นฝีมือของท่านอาจารย์เฉลิม นาคีรักษ์ (๒๑ กันยายน ๒๔๖๐ - ๒ ธ้ันวาคม ๒๕๔๕) ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ประจำปี พ.ศ. ๒๕๓๑ มิใช่ผลงานของครูเหม เวชกร ดังที่เข้าใจตั้งแต่แรก ข้อมูลนี้ได้มาคำบอกเล่าของคุณสุเทพ วงศ์กำแหง ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปการแสดง ประจำปี พ.ศ.๒๕๓๓ เนื่องจากคุณสุเทพฯเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เฉลิมฯ เมื่อครั้งเรียนอยู่ที่โรงเรียนเพาะช่าง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๑
Posted by :nalek
วัน/เวลา :29/9/2553 15:29:26วัน/เวลา :29/9/2553 15:29:26
 


"ลอยกระทง" อีกผลงานของอาจารย์เฉลิม นาคีรักษ์
Posted by :nalek
วัน/เวลา :29/9/2553 15:33:20วัน/เวลา :29/9/2553 15:33:20
 
น้าเล็ก เดี๋ยวนี้สงสัยจะเลิกนอนดึกแล้วใช่มั๊ยครับ 
Posted by :riderpok
วัน/เวลา :29/9/2553 15:48:22วัน/เวลา :29/9/2553 15:48:22
 
ขอบังอาจคารวะ ท่านผู้อาวุโส nalek ด้วยอีกคนครับ 
ว่างๆ เอาปกพล นิกร กิมหงวนมาลงให้หลาน เหลน ดูอีกนะครับ อย่าลืมภาพเจ้าคุณปัจนึก ด้วย 

ขอบคุณครับ 
Posted by :chatjaroen
วัน/เวลา :29/9/2553 16:15:30วัน/เวลา :29/9/2553 16:15:30
 
สวัสดีครับน้าเล็ก 

ปกแผ่นสวยมากครับ 
อยากให้สมาชิกรุ่นใหม่ๆเห็น ขออนุญาตยกขึ้นมาครับ 

ส่วนประวัติแผ่นเสียงอ่านได้ความรู้ดีมากครับ
Posted by :prateep
วัน/เวลา :29/9/2553 16:40:27วัน/เวลา :29/9/2553 16:40:27
 
สวัสดีครับ น้าเล็ก ไม่ทราบใครไปจุดธูปบริกรรมคาถา อัญเชิญท่านเสด็จมาจนได้ ..... 
ดีใจครับที่ได้เห็นข้อความจากนิ้วท่านที่พรมเคาะไปที่แป้นคีย์บอร์ดทีไร ความรู้หลากหลายก็ถาถมมาให้น้องๆได้ชโลมสติปัญญากันอย่างถ้วนหน้าให้ชื่นใจ 
เห็นหายเงียบไปเสียนานคงไปสำเร็จฌานชั้นสูงมาเป็นแน่แท้ ยังไงก็อย่าลืมไทยกราโมโฟนนะคร๊า......บ
Posted by :ลุงพง
วัน/เวลา :29/9/2553 19:01:42วัน/เวลา :29/9/2553 19:01:42
 

แวะมาอ่านที่ลุงพงเขียนถึงแล้วขนลุก ยังครับยังอยู่พอดีพอได้ 
ก็ไม่เชิงหายไปหรอกครับ แต่ความรับผิดชอบของงานที่ทำตอนนี้มันยิ่งใหญ่เหลือหลาย แม้จะเหนื่อยแต่ภูมิใจเป็นที่สุด 
ที่สำคัญคืองานมันขโมยเวลาผมไปจนเกือบหมด 
ขอบคุณลุงพงมากครับ สำหรับความรู้สึกดีๆที่มีต่อกันเสมอมา 

และก็อดไม่ได้ที่จะให้สังเกตุดูในภาพ "ลอยกระทง" ในตำแหน่งที่วงสีขาวไว้ เปรียบเทียบกับท่าร่ายรำของผู้คนบนปก "เมืองไทยนี้ดี" 
ผีมือระดับบรมครูครับ อารมณ์เดียวกันเปี๊ยบ สดชื่นรื่นเริงจนแทบจะได้ยินเสียงฉิ่งเสียงกลองกันเลยทีเีดียว
Posted by :nalek
วัน/เวลา :29/9/2553 21:17:24วัน/เวลา :29/9/2553 21:17:24
 

.สวัสดีครับน้าเล็ก...ขวัญใจผมเลยนะเนี่ย กล้ามใหญ่ไฟแรง ชอบนอนดึกเหมือนผมด้วย.. 
แอบไปอ่านบทความฝั่งโน้นบ่อย ไม่ทราบจริงๆว่าเป็นน้าเล็กนอนดึก
Posted by :raikeed
วัน/เวลา :29/9/2553 22:00:21วัน/เวลา :29/9/2553 22:00:21
 

ดีใจได้เห็นน้าเล็ก เข้ามาคุยกันที่นี่อีกครับผม คิดถึงมากมายครับ น้าเล็ก(นอนดึก)เป็นครูการเล่นแผ่นของผมอีกคนเลย เพราะช่วงที่ผมเริ่มมาเล่นแผ่นเสียงนั้น โทรไปขอซื้อแผ่นของน้าเล็กแล้ว ยังได้รับคำแนะนำดีๆและความรู้ในการเล่นทั้งเครื่องทั้งแผ่น คุยถูกคอยังแถมแผ่นเพิ่มมาให้อีก  ที่สำคัญหลายแผ่นของผมที่ได้จากน้าเล็ก ปัจจุบันราคาพุ่งไปเป็นเท่าตัว และหลายๆแผ่น ผมยังไม่เห็นหลุดมาให้ซื้อ-ขายเลยก็เยอะ(หายาก)  ยังงัยถ้าไม่รบกวน น้าเล็กช่วยเข้ามาคุยให้ความรู้น้องๆหลานๆที่นี่บ่อยๆนะคร๊าบบ 
Posted by :jerry
วัน/เวลา :30/9/2553 0:43:02วัน/เวลา :30/9/2553 0:43:02
 

สมาชิกวงฟองน้ำครับ
(Reader : 1451)
วงฟองน้ำ 

ฟองน้ำ (Fong-Naam) เป็นวงดนตรีที่ผสมผสานดนตรีไทยและดนตรีตะวันตก โดยเฉพาะเทคนิคการประพันธ์ดนตรีในแบบศตวรรษที่ 20 ชื่อของวงฟองน้ำ มาจากชื่อของเพลงไทยโบราณเพลงหนึ่ง ชื่อว่าเพลง "ฟองน้ำ" ชื่อของวงฟองน้ำ มาจากชื่อของเพลงไทโบราณเพลงหนึ่ง ชื่อว่าเพลง ฟองน้ำ อยู่ในเพลงเรื่องที่ชื่อว่า “จิ้งจกทอง” ซึ่งใช้ประกอบพิธีทางศาสนาขณะะพระฉันเพล เป็นเพลงที่มีท่วงทำนองไพเราะ มีความหมายยในทางพุทธปรัญญาว่า สรรพสิ่งทั้งหลายนั้น อยู่ในสภาพที่เป็นอนิจจัง มีการคงอยู่เพียงชั่วคราว และมีการแปรเปลี่ยนไปไม่รู้จักจบสิ้น เปรียบเสมือนฟองน้ำ หรือ พรายน้ำ ซึ่งมีความสวยงาม แต่ไม่คงทนถาวร ดังนั้น การผสมผสานระหว่างสิ่งเก่าและสิ่งใหม่ จึงเป็นการแสวงหาจุดต่อเนื่องระหว่างออดีต และปัจจุบันที่เหมาะสม นั่นเอง วงฟองน้ำก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2522 โดยได้แนวคิดมาจาก ครูบุญยงค์ เกตุคง และะ บรูช แกสตัน ได้ปรารภกันขึ้นว่า สังคมไทยมีช่องว่างในสังคมระหว่างคนสมัยเก่าและสมัยใหม่ เช่นในด้านการพูดจาา การแต่งกาย และ ทัศนคติ ซึ่งบางพวกกึดติดกับของเก่าจนไม่ลืมหูลืมตา บางพวกก็ไม่รับของเก่า รับเอาแต่วัฒนธรรมใหม่ๆจากตวันตก วงฟองน้ำจึงได้ก่อตั้งขึ้น โดยยึดเอวแนวทางสายกลาง เพื่อแสวงหาจุดต่อเนื่อง ระหว่างอดีตและปัจจุบัน ที่เหมาะสม ชื่อของวงฟองน้ำ มาจากชื่อของเพลงไทโบราณเพลงหนึ่ง ชื่อว่าเพลง 

ลักษณะของดนตรี 

ลักษณะดนตรีของวงฟองน้ำมีการผสมผสานที่หลากหลายรูปแบบ นอกเหนือจากแนวคิดทางดนตรีไทยและพุทธศาสนาแล้ว มีอิทธิพลทางความคิดของนักดนตรีหลัก ๆ ทางตะวันตกอยู่มากโดยเฉพาะแนวคิดของ ชาร์ลส์ ไอฟ์ (Charles Ives [1874-1954]) โอลิวิเยร์ เมสสิออง (Olivier Messiaen [1908-1992]) จอห์น เคจ (John Cage [1912-1992]) และ แฟรงค์ แซปปา (Frank Zappa) เป็นต้น ในราวปี ค.ศ. 1993 เป็นต้นมาฟองน้ำเริ่มสนใจในดนตรีร็อคแบบที่เรียกว่าอัลเทอร์เนทีฟ และได้นำแนวคิดบางประการของดนตรีประเภทนี้ผสมผสานกับแนวคิดดั้งเดิมจนเป็นผลงานในชุด "รีเจ็ค" สมาชิกที่เคยร่วมงานท่านอื่น ๆ ที่ยังมีบทบาทสำคัญเกี่ยวข้องกับวงดนตรีหรือวงการดนตรีก็คือ สมชาญ บุญเกิด, สุวิทย์ แก้วกมล, อานันท์ นาคคง, ประสาร วงศ์วิโรจน์รักษ์, ไกวัล กุลวัฒโนทัย, จิรเดช เสตะพันธุ, ดำริห์ บรรณวิทยกิจ, ชัยภัคร ภัทรจินดา, เลอเกียรติ มหาวินิจฉัยมนตรี, บุญรัตน์ ศิริรัตนพันธ ,แมนรัตน์ อรุณรุ่ง,ร้อยโท สมนึก แสงอรุณ ,สมบัติ สิมหล้า ,ธนวัตน์ บรรจงจิตร ฯลฯ วงฟองน้ำยังมีกิจกรรมทางดนตรีอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเล่นประจำอยู่ที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง โดยตอนนี้วงฟองน้ำมี 2 วงด้วยกัน โดยวงฟองน้ำ 1 เล่นที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง สาขาพระรามสาม และวงฟองน้ำ 2 เล่นที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง สาขาเลียบทางด่วนรามอินทรา โดยอยู่ภายใต้การดูแลของ อาจารย์บรูซ แกสตัน ทั้งสองวงครับ 

สมาชิก วงฟองน้ำ 

บุญยงค์ เกตุคง 
บรูซ แกสตัน 
บุญยัง เกตุคง 
จำเนียร ศรีไทยพันธ์ 
จิรพรรณ อังศวานนท์ 
เทวัญ ทรัพย์แสนยากร 
พิณ เรืองนนท์ 

ผลงาน 

1. ต้นวรเชษฐ์ (1.3 58) 
2. โหมโรงจอมสุรางค์ 
3. สุดถนนคอนกรีต 
4. ดนตรีแก้ว 
5. ประตูสู่โลกกว้าง 
6. เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง "ช้าง" 
7. คอนเสิร์ท ฟองน้ำ 10 ปี 
8. แบงcock bangกอก 
9. Reject 
10. คอนเสิร์ทการกุศล สื่อสารผสานไทย 
11. วางแผงนานาชาติ มีดังนี้ครับ 

1.Sleeping Angel: Thai Classical Music (Nimbus) 
2.Jakajan: Music from New Siam (Nimbus) 
3.Nang Hong Suite: Siamese Funera (Nimbus) 
4.VA #* World Music Sampler, India, Spain, Argentina, Thailand, Ireland (Nimbus) 
5.VA #* A Taste of Asia (Nimbus) 
6.Siamese Classical Music, Vol. 1 (Marcopolo) same The Piphat: Siamese Classics, Vol. 1 (Naxos) 
7.Siamese Classical Music, Vol. 2 (Marcopolo) 
8.Siamese Classical Music, Vol. 3 (Marcopolo) 
9.Siamese Classical Music, Vol. 4 (Marcopolo) 
10.Siamese Classical Music, Vol. 5 (Marcopolo) 
11.Ancient-Contemporary Music from Thailand (Celestial Harmonies) 2CDs 

ซึ่งได้กลายเป็นแผ่นสะสมไปแล้วครับ 
Posted by : mewzik วัน/เวลา : 26/6/2551 0:01:36

เพิ่มเติมรูปปกแผ่นซีดีครับ 
Posted by :mewzik
วัน/เวลา :26/6/2551 0:04:34วัน/เวลา :26/6/2551 0:04:34
 
กล่าวโดยสรุปแผ่นเสียงที่กำลังผลิตนี้เป็นการนำเอาของเดิมมาทำใหม่โดยฝีมือของครูบุญยงค์เป็นหลักใช่ไหมครับ เพราะถ้าเป็นฝีมือครูรุ่นนั้นผมโอเคเลยครับ 
Posted by :Vadhit
วัน/เวลา :26/6/2551 0:11:58วัน/เวลา :26/6/2551 0:11:58
 
ยืนยันของเดิมที่ทำไว้โดยครูบุญยงค์มาทำครับ แต่ได้ไปทำ lacquer master และตัดแผ่นที่ lab ของ Bernie Grundman แผ่นนี้ของเดิมตอนที่ทำเป็นซีดี หลังบันทึกเสียงแล้วได้เอาไปทำ master ที่ Bill Shnee studio เข้าใจว่าจะได้นำเอา master ตัวนั้นมาทำแผ่นเสียงในคราวนี้ครับ 
Posted by :mewzik
วัน/เวลา :26/6/2551 0:41:13วัน/เวลา :26/6/2551 0:41:13

เพลงไทยที่คุ้นหูหลายเพลง ทำนองมาจากเพลงต้นฉบับญีปุ่น โดยผ่านขึ้นตอน เพลงญี่ปุ่น--> จีน---> ไทย 
(Reader : 419)

 


1.เพลงไทยที่คุ้นหูเรา ๆ ท่าน ๆ หลายเพลง ทำนองมาจากเพลงต้นฉบับญีปุ่น โดยผ่านขึ้นตอน เ 
พลงญี่ปุ่น--> จีน ---> ไทย เช่น 

รักฉันนั้นเพื่อเธอ 

มาจากเพลงต้นฉบับ ญี่ปุ่น Yume-Oi Zake 
ร้องโดย Atsumi Jirou (ปี 1978 ) ดูแบบร้องสดในปี 1979 ได้ที่  http://www.youtube.com/watch?v=dMZhIRzudSI

Posted by : tammie วัน/เวลา : 1/7/2553 14:26:12

ต่อมา มาเป็นเพลงจีน ร้องโดย เติ้ง ลี่ จวิน ในปี 1981 

http://www.youtube.com/watch?v=fClXNHpBYqM
Posted by :tammie
วัน/เวลา :1/7/2553 14:31:49วัน/เวลา :1/7/2553 14:31:49
 

และมาเป็น "รักฉันนั้นเพื่อเธอ" โดย พิงค์แพนเตอร์ 

http://www.youtube.com/watch?v=p3DzMt__bAg
Posted by :tammie
วัน/เวลา :1/7/2553 14:37:57วัน/เวลา :1/7/2553 14:37:57
 
  
Posted by :sam_the_tailor
วัน/เวลา :1/7/2553 14:40:56วัน/เวลา :1/7/2553 14:40:56
 
Khun Sam, thanks for your interest. 
Posted by :tammie
วัน/เวลา :1/7/2553 14:52:17วัน/เวลา :1/7/2553 14:52:17
 

2. เพลงต่อไป เพลงไทย "ทำไมถึงทำกับฉันได้" มาจากต้นฉบับเพลงญีปุ่น Minatomachi Blues  
โดย Mori Shinichi (1969) 
Posted by :tammie
วัน/เวลา :1/7/2553 15:00:53วัน/เวลา :1/7/2553 15:00:53
 

ต่อมาเป็น Shei Lai Ai wo (เซย ไหล อ้าย หว่อ- ใครจะมารักฉัน) เติ้ง ลี่ จวิน 

http://www.youtube.com/watch?v=dJKrTJiMBeY
Posted by :tammie
วัน/เวลา :1/7/2553 15:07:04วัน/เวลา :1/7/2553 15:07:04
 

แล้วก็มาเป็น "ทำไมถึงทำกับฉันได้" โดย ดาวใจ ไพจิตร 

http://www.youtube.com/watch?v=AxqVd_DW3y4
Posted by :tammie
วัน/เวลา :1/7/2553 15:10:14วัน/เวลา :1/7/2553 15:10:14
 

3. เพลง "นักรบชายแดน" ที่ รุ่งฤดี แผ่งพ่องใส 
มาจากเพลง Yawara (เพลงเกี่ยวกับยูโด) ร้องโดย 
*Misora Hibari* นักร้องหญิงชื่อดังผู้ยิ่งใหญ่ในช่วง 1950-1980 ... 
ร้องเพลงนี้ในปี 1965 
http://www.youtube.com/watch?v=0_W7-HcBIPA 
และในปี 1969 
http://www.youtube.com/watch?v=Ryc4YXT3KcE
Posted by :tammie
วัน/เวลา :1/7/2553 15:20:07วัน/เวลา :1/7/2553 15:20:07
 

ต่อมาเป็นเพลงไทย "นักรบชายแดน" ร้องโดย รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส 
http://www.youtube.com/watch?v=oq2vxoNblvc
Posted by :tammie
วัน/เวลา :1/7/2553 15:22:19วัน/เวลา :1/7/2553 15:22:19
 

อีกเพลงหนึ่งน่าสนใจครับ 
เพลง รักกันหนอ ของ ดิอิมฯ นำมาจากเพลงนี้ Good Night Baby ของคณะ The King Tones ของญี่ปุ่น ในปี 1960 
http://www.dailymotion.com/video/x667a0_the-king-tones-good-night-baby
Posted by :notti
วัน/เวลา :1/7/2553 19:43:39วัน/เวลา :1/7/2553 19:43:39
 

โหลดไปฟังก็ได้นะครับ เป็น File MP3 
http://www.box.net/shared/p39qn1elb4
Posted by :notti
วัน/เวลา :1/7/2553 19:47:48วัน/เวลา :1/7/2553 19:47:48
 
Thanks
Posted by :tammie
วัน/เวลา :2/7/2553 12:14:23วัน/เวลา :2/7/2553 12:14:23
 

เพลงนี้บ้าง โจ โจ ซัง  Nagasaki No cho cho san 
ร้องเป็นต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นของแท้โดย Misora Hibari เมื่อปี 1957  และร้องสดปี 1979 โดย Misora Hibari เช่นกัน 
http://www.youtube.com/watch?v=AznUBdGUSyI 
Posted by :tammie
วัน/เวลา :2/7/2553 12:20:03วัน/เวลา :2/7/2553 12:20:03
 

6. เพลง คอยวันจะได้เจอ  -มาจากเพลงญี่ปุ่น Kitaguni no Haru (Spring of Northern Countries) ร้องโดย Sen Masao ในปี 1977 
-เพลง จีน หว่อ เหอ หนี่ (ฉันและเธอ) เติ้ง ลี่ จวิน 
http://www.youtube.com/watch?v=i0a3pAIxdrw

Posted by :tammie
วัน/เวลา :4/7/2553 16:43:25วัน/เวลา :4/7/2553 16:43:25

 

เกี่ยวกับนักร้องต่างชาติที่มาร้องเพลงเนื้อภาษาไทย 
(Reader : 316)

ในช่วงทศวรรษที่ 2490 กว่า ๆ ถึงต้น 2500 มีนักร้องดาราต่างชาติ โดยเฉพาะ จีน อย่างน้อย 2 คน ที่มาร่วมแสดงหนังร่วมทุน ไทย-จีน (ฮ่องกง) คือ 

1. Ge Lan (เก่อ หลาน) / Grace Chang 
ร้องเพลงไทยไว้อย่างน้อย 3 เพลง ที่เคยเอ่ยถึงไป  คือ รักแรมไกล , ไม่เคยรักใครเท่าเธอ , ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้ 

ในที่นี้เพื่อเป็นการสะดวก จะขอโพสต์ไฟล์เสียง/ภาพที่มีผู้โพสต์เอาไว้จากแผ่นเสียงเก่าให้ฟัง คือต้องขออนุญาตรบกวนยืมที่คุณ ป๊อก เคยโพสต์เอาไว้มาให้ฟังเป็นตัวอย่าง 
1. รักแรมไกล 
(จากหนังไทยเรื่อง "หงษ์หยก" ปี 2499 
http://www.youtube.com/watch?v=yiWUbBsBCMQ 

2. ไม่เคยรักใครเท่าเธอ 
http://www.youtube.com/watch?v=Dq5_XFd4_7k 

3. ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้ 
http://www.youtube.com/watch?v=aVzO83AQjko
Posted by : Jimmy วัน/เวลา : 4/10/2553 12:36:10

2. กู่ เหม้ย หรือที่คนไทยรู้จักในนาม คู มี่ (Koo Mei) มาแสดงหนังร่วมกับไทย และร้องเพลงไทยด้วย คิดว่าเธอคงอยู่เมืองไทยระยะหนึ่งด้วย เพราะเคยมีข่าวว่ามีสัมพันธ์กับดาราชายไทยชื่อดังในยุคนั้น ถึงขั้นจดทะเบียนสมรสกันด้วย (คิดว่าเอ่ยชื่อไปอาจจะกระทบถึงดาราท่านนั้น เพราะท่านยังมีชีวิตอยู่ ใบ้ให้นิดหนึ่งแล้วกันว่า ดาราชายท่านนั้นเล่นเป็นพระเอกเรื่อง "เล็บครุฑ" ปี 2500 ) 
เพลงไทยเพลงหนึ่งที่ กู่ เหม้ย ร้องไว้ คือ "เพื่อเธอคนเดียว" ถือว่าออกเสียงภาษาไทยค่อนข้างชัดทีเดียว 
http://www.maama.com/music/view.php?id=018345 
Posted by :Jimmy
วัน/เวลา :4/10/2553 12:42:52วัน/เวลา :4/10/2553 12:42:52
 
   
Posted by :kkk1
วัน/เวลา :4/10/2553 15:10:14วัน/เวลา :4/10/2553 15:10:14
 

นึกออกอยู่คนนึงครับคุณ jimmy คนนี้มาไกลครับ ชื่อไมเคิล หว่อง ร้องเพลงด้วยเล่นหนังด้วย 
Posted by :n2p101
วัน/เวลา :4/10/2553 15:22:11วัน/เวลา :4/10/2553 15:22:11
 

คู่นี้ไงละคร๊าบบบบบ 
โจนัส แอนเดอร์สัน ชาว สวีเดนแ      คริสตี้ กิ๊บสัน ชาวเยอรมนี 

นักร้องเพลงลูกทุ่ง-หมอลำ  “ฝรั่งรักไทย ใจลูกทุ่ง” เป็นสมญานามของชาวยุโรปคู่นี้
Posted by :WHITE_LINE
วัน/เวลา :4/10/2553 18:34:52วัน/เวลา :4/10/2553 18:34:52
 
นี่อีกคู่ครับ : ) SOMANGO ลอง ฟัง ดู ครับชัดๆ
http://www.youtube.com/watch?v=_W2BjlkiN_4
Posted by :Hans
วัน/เวลา :4/10/2553 18:52:49วัน/เวลา :4/10/2553 18:52:49
 

ชุดนี้ หมีเซียะ ร้องเป็นภาษาไทย 1 เพลง
Posted by :WHITE_LINE
วัน/เวลา :5/10/2553 8:50:04วัน/เวลา :5/10/2553 8:50:04

แผ่นเสียงเพลงหวาน "เมื่อดอกซากุระบาน" สุภัทรา อินทรภักดี
(Reader : 2170)

มีเพื่อนฝากมาประชาสัมพันธ์ครับ (ถ้าลงผิดที่รบกวน Admin ย้ายให้ด้วยครับ) 

เพื่อนคนนี้ชื่อ คุณโจ เขาเป็นรักในเสียงเพลงของ อ.ดนู มาก และเ่ล่นเครื่องเสียงด้วย ได้ขอลิขสิทธิ์ อ.ดนู ทำ Project แผ่นเสียงอันนี้ขึ้นมา  ผลิตจำกัดเพียง 1000 แผ่นครับ 
รายละเอียดโดยสรุป : - แผ่นเสียง 180g พร้อมซีดี ผลิตในเยอรมันนี โดยโรงงาน Pallas ซึ่งผลิตใหค่ายเพลงคลาสสิก และออดิโอไฟล์มากมาย ยกตัวอย่างเช่น Linn Record เป็นต้น  P+O ราคา 1,500 บาท ผลิตจำนวนจำกัดพร้อมหมายเลขกำกับ ทุกแผ่น 

การเข้ามาแทนที่ของซีดีทำให้ยี่ สิบปีที่แล้วประเทศไทยเรา ไม่มีการผลิตแผ่นเสียงออกมา เพื่อจำหน่ายอีกเลย จนกระทั่งในช่วงเกือบสิบปีให้หลังมีการผลิตแผ่นเสียงเพลงไทยเพื่อตอบสนองความเรียกร้องของแฟนเพลงและนักเล่นเครื่องเสียงอยู่หากจะนับอัลบั้มแล้วคงจะใช้จำนวนนิ้วมือเพียงข้างเดียวก็เพียงพอ 

หากจะให้ฟังเพลงไทยด้วยแผ่นเสียง หลายคนจะชอบเพลงร้องมากก ว่าเพลงบรรเลง แล้วนักร้องในดวงใจที่ผมนึกได้ในอันดับต้นๆก็คงจะหนีไม่พ้นเธอคนนี้ สุภัทรา อินทรภักดี 

คงจะมีแฟนเพลงของอาจารย์ดนู ฮันตระกูล และวงดนตรีไหมไทย จำนวนน้อยถึงน้อยมากที่จะไม่รู้จัก "สุภัทรา อินทรภักดี" ผู้ซึ่งมีผลการการร้องเพลงหวาน ฟังสบายฝากไว้ในหลายๆอัลบั้ม 

เมื่อดอกซากุระบาน เป็นผลงานเดี่ยวของสุภัทราที่มีแนวเพลงหลากหลาย ฟังสบาย บันทึก เสียงสดแบบเล่นพร้อมกันทั้ง วง จากเครื่องดนตรีอคูสติกทั้งหมด เรียบเรียงและบรรเลงโดยนักดนตรี มากฝีมือ จำนวนเครื่องดนตรีไม่มากชิ้นจน เกินไป เล่นด้วยเครื่องเสียงหลอดกำลัง ขับต่ำก็ได้ ลำโพงเล็กก็ดี เพียงเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วกระมังครับ 

เครดิตศิลปินครับ 

สุภัทรา อินทรภักดี หรือที่นักฟังเพลงรู้จักในนาม สุภัทรา อินทรภักดี นักร้องนำวงไหมไทย เรียนดนตรีที่ โรงเรียนศศิลิยะ หลังจากจบการศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย เธอเริ่มสั่งสม ประสพการณ์จากการร้องเพลงในห้องบันทึกเสียง ร่วมบันทึกเสียงและแสดงคอนเสิร์ ทกับวงไหมไทยหลายครั้ง ล่าสุดเธอไปศึกษาวิชาดนตรีเพิ่มเติม ณ Zoltan Kodaly Pedagogical Institute of Music ประเทศฮังการี การร้องเพลงไทยที่มีท่วงทำนองไพเราะแบบไทยยังคงเป็นสิ่งที่เธอโปรดปรานอยู่เสมอ 

จุน โกมัตสึ นักเปียโนสาวชาวญี่ปุ่นผู้เปี่ยมประสพการณ์สำเร็จปริญญาตรีจาก Toho Gakuen School of Music กรุงโตเกียว เธอคว้าปริญญาโทและได้รับประกาศนียบัตรเกียรตินิยมจาก New England Conservatory of Music บอสตัน สหรัฐอเมริกา จุนเคยเข้าร่วมแข่งขันและร่วมแสดงในเทศกาลดนตรีนัดสำคัญๆ หลายครั้งใน ฐานะนักแสดงเดี่ยว และนักแสดงร่วมในวงเชมเบอร์ ทั้งในประเทศญี่ปุ่น อิตาลี สิงค์โปร์และสหรัฐอเมริกา ใน โอกาสที่เธอได้มาเยือนเมืองไทย เป็นครั้งแรกนี้ เธอได้ฝากฝีมือและลีลาในการบรรเลงเพลงไทยที่เธอชื่นชอบไว้ ในอัลบัมนี้ 

นรอรรถ จันทร์กล่ำ นักไวโอลินหนุ่มระดับแนวหน้าในวงการดนตรีคลาสสิคเมืองไทย เริ่มเรียนไวโอลินตั้งแต่อายุ ๑๐ขวบ เข้าศึกษาดนตรีระดับปริญญาตรีที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยและศึกษา ต่อในระดับปริญญาโทที่ New England Conservatory of Music บอสตัน สหรัฐอเมริกา นรอรรถเก็บเกี่ยวประสพการณ์หลากหลายจากการเข้าร่วมอบรมไวโอลินนานาชาติ ร่วมแสดงกับวงออร์เคสตราทั้งใน ไทยและต่างประเทศ ทั้งในฐานะหัวหน้าวงและแสดงเดี่ยว ถึงแม้เขาจะเชี่ยวชาญดนตรีคลาสสิค แต่เขาก็รักและดื่มด่ำกับสำเนียงหวานของเพลงไทยไม่แพ้กัน 

ดนู ฮันตระกูล เป็นนักประพันธ์นามอุโฆษเจ้าของเพลง The Light of Asia อันยิ่งใหญ่ที่ปิดงานเอเชี่ยนเกมส์ ที่กรุงเทพฯ ในปี ๒๕๔๑ และเพลง “ไอ้หนุ่มผมยาว” ที่สะเทือนเลือนลั่นทั้งในและ นอกวงการเพลงลูกทุ่งทั่วแดน สยาม แฟนเพลงตัวจริงติดตามผลงานที่เจ้า ตัวเขียนให้วง ไหมไทย ออร์เคสตรา บรรเลง ทั้งที่เป็นงานเรียบเรียง เพลงไทยเก่าและเพลงที่แต่งขึ้น ใหม่ ผลงานล่าสุดคือเพลงประกอบละครเรื่อง “เด็กชายปรีดี” สำหรับการแสดง ในปี ๒๕๔๔ โดยมูลนิธิเด็ก 

สัณท์ชีพ วิทยนคร - ฟลู้ต 
เอกชัย มาสกุลรัตน์ - เชลโล 

                         รายชื่อเพลงร้อง 

วสันต์สวาทคดี รักคนบ้านเคียง 
ในโบสถ์ใต้แสงจันทร์ ฉันจะฝันถึงเธอ 
เมื่อดอกซากุระบาน ซื้อฝัน 
เพลงราตรี หวลคำนึง 

เพลงบรรเลง 
ฟังฝีมือสุภัทรา เล่นกีตาร์ร่วมกับวงในเพลง 
บ้านรักเรือนเรา และ แสนสุขสม 

อาจารย์ดนูเขียนคำนำเมื่ออัลบั้มวางจำหน่ายในคราวแรกไว้ดังนี้ 

ส.ค.ส. 2548 ด้วยเสียงเพลง 

แฟนเพลงจำนวนมากได้ถามหาอัลบัม เดี่ยวของสุภัทรา บอกว่าอยากฟังเสียงเธอให้จุใจ ความคิดที่จะทำงานนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการจัดหาเพลงที่เหมาะกับบุคลิกของเธอ แต่เมื่อมานึกถึงว่านักร้องของ เราคนนี้นอกจากจะร้องเพลงได้ ไพเราะแล้ว เธอยังมีฝีมือในการเล่นกีตาร์คลาสสิคในระดับแนวหน้าอีกด้วย โครงร่างของอัลบัมนี้จึงได้เริ่มก่อเกิด 
ก่อเกิดแล้วก็เบิกบาน 
เมื่อดอกซากุระบาน เป็นเพลงใหม่ที่ผมเขียนขึ้นหลังจากที่ได้ไปสัมผัสประเทศญี่ปุ่นเมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา และเป็นชื่ออัลบัมของสุภัทราด้วย ผลงานในชุดนี้มีสีสันหลากหลาย ทั้งเพลงเก่า เพลงใหม่ เพลงวัด เพลงป๊อป ฯลฯ ทั้งหมดนี้บ่งบอกถึงรสนิยมและทางเพลงของสุภัทรา ซึ่งกว้างขวางไม่น้อยทีเดียว 
สำหรับคอเพลงเล่า ก็คงจะถูกอกถูกใจกับเพลงกำนัลชุดนี้ โดยเฉพาะใครที่บ่นว่าเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีเพลงใหม่ๆ ฟัง ก็จะได้มีฟังกัน อย่างน้อยก็ช่วยให้ไม่เงียบเหงาวังเวงจนเกินไป 
อัลบัมนี้อาจจะรวมงานคน'ฮันตระกูล'มาก หน่อย แต่ก็มั่นใจว่าแฟนเพลงคงไม่ว่า กระไร และคงจะพอใจผลงาน 
ดนู ฮันตระกูล 
29 พ.ย. 2547 

Posted by : sorradej วัน/เวลา : 10/6/2553 12:25:35

 

สำหรับผู้ที่ไม่เคยลองฟังอัลบัมชุดนี้มาก่อน ไปลองฟังได้ที่นี่ครับ 
http://www.dnunet.com/SongSmith/supatralp.html 
Posted by :akk1
วัน/เวลา :10/6/2553 18:29:32วัน/เวลา :10/6/2553 18:29:32
 

นอกจากคุณสุภัทราจะทำหน้าที่ร้องและเล่นกีตาร์calssicแล้ว ยังมีสมาชิกร่วมบรรเลงอีก คือ 
จุน โกมัตสึ Jun Komatsu เล่น paino 
Posted by :akk1
วัน/เวลา :10/6/2553 18:31:18วัน/เวลา :10/6/2553 18:31:18
 

นรอรรถ จันทร์กล่ำ เล่น Violin 
Posted by :akk1
วัน/เวลา :10/6/2553 18:32:06วัน/เวลา :10/6/2553 18:32:06
 
ประวัติของแต่ละท่านครับ 
สุภัทรา อินทรภักดี หรือที่นักฟังเพลงรู้จักในนาม สุภัทรา อินทรภักดี นักร้องนำวงไหมไทย เรียนดนตรีที่ โรงเรียนศศิลิยะ หลังจากจบการศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย เธอเริ่มสั่งสม ประสพการณ์จากการร้องเพลงในห้องบันทึกเสียง ร่วมบันทึกเสียงและแสดงคอนเสิร์ทกับวงไหมไทยหลายครั้ง ล่าสุดเธอไปศึกษาวิชาดนตรีเพิ่มเติม ณ Zoltan Kodaly Pedagogical Institute of Music ประเทศฮังการี การร้องเพลงไทยที่มีท่วงทำนองไพเราะแบบไทยยังคงเป็นสิ่งที่เธอโปรดปรานอยู่เสมอ 

จุน โกมัตสึ นักเปียโนสาวชาวญี่ปุ่นผู้เปี่ยมประสพการณ์สำเร็จปริญญาตรีจาก Toho Gakuen School of Music กรุงโตเกียว เธอคว้าปริญญาโทและได้รับประกาศนียบัตรเกียรตินิยมจาก New England Conservatory of Music บอสตัน สหรัฐอเมริกา จุนเคยเข้าร่วมแข่งขันและร่วมแสดงในเทศกาลดนตรีนัดสำคัญๆ หลายครั้งใน ฐานะนักแสดงเดี่ยว และนักแสดงร่วมในวงเชมเบอร์ ทั้งในประเทศญี่ปุ่น อิตาลี สิงค์โปร์และสหรัฐอเมริกา ใน โอกาสที่เธอได้มาเยือนเมืองไทยเป็นครั้งแรกนี้ เธอได้ฝากฝีมือและลีลาในการบรรเลงเพลงไทยที่เธอชื่นชอบไว้ ในอัลบัมนี้

นรอรรถ จันทร์กล่ำ นักไวโอลินหนุ่มระดับแนวหน้าในวงการดนตรีคลาสสิคเมืองไทย เริ่มเรียนไวโอลินตั้งแต่อายุ ๑๐ขวบ เข้าศึกษาดนตรีระดับปริญญาตรีที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยและศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ New England Conservatory of Music บอสตัน สหรัฐอเมริกา นรอรรถเก็บเกี่ยวประสพการณ์หลากหลายจากการเข้าร่วมอบรมไวโอลินนานาชาติ ร่วมแสดงกับวงออร์เคสตราทั้งในไทยและต่างประเทศ ทั้งในฐานะหัวหน้าวงและแสดงเดี่ยว ถึงแม้เขาจะเชี่ยวชาญดนตรีคลาสสิค แต่เขาก็รักและดื่มด่ำกับสำเนียงหวานของเพลงไทยไม่แพ้กัน 

ดนู ฮันตระกูล เป็นนักประพันธ์นามอุโฆษเจ้าของเพลง The Light of Asia อันยิ่งใหญ่ที่ปิดงานเอเชี่ยนเกมส์ ที่กรุงเทพฯ ในปี ๒๕๔๑ และเพลง “ไอ้หนุ่มผมยาว” ที่สะเทือนเลือนลั่นทั้งในและนอกวงการเพลงลูกทุ่งทั่วแดน สยาม แฟนเพลงตัวจริงติดตามผลงานที่เจ้าตัวเขียนให้วง ไหมไทย ออร์เคสตรา บรรเลง ทั้งที่เป็นงานเรียบเรียง เพลงไทยเก่าและเพลงที่แต่งขึ้นใหม่ ผลงานล่าสุดคือเพลงประกอบละครเรื่อง “เด็กชายปรีดี” สำหรับการแสดง ในปี ๒๕๔๔ โดยมูลนิธิเด็ก

สัณท์ชีพ วิทยนคร - ฟลู้ต 
เอกชัย มาสกุลรัตน์ - เชลโล  
Posted by :akk1
วัน/เวลา :10/6/2553 18:33:44วัน/เวลา :10/6/2553 18:33:44

 ขอบคุณลงพง และ พี่น้องเพื่อนสมาชิกที่สนใจสนับสนุนผลงานทีี่ทำด้วยใจจริงๆ 
แผ่นซีดีที่แนบมาให้ทางโรงงานผลิตเลียนแบบแผ่นเสียงโดยมีร่องลึกและซองที่ใส่แผ่นซีดีเป็นแบบ gatefold สามพับ ซี่งราคาค่าใช้จ่ายสูงมาก 
ย้ำ ว่าผู้สั่งจองเท่านั้นที่จะได้รับแผ่นเสียงพร้อมซีดี รอซื้อทีหลัง ได้แต่แผ่นเสียง 

Posted by :joeposter
วัน/เวลา :19/6/2553 22:31:09วัน/เวลา :19/6/2553 22:31:09


ภาพที่โพสต์ เป็น CD ทำที่โรงงานเยอรมัน P+O ที่ผมฝากไปจับฉลากในงานมีตติ้งที่ผมไปร่วมงานไม่ได้เนื่องจากต้องไปงานศพคุณอาที่ต่างจังหวัดครับ 

หากเป้าหมายหลักอยู่ที่เสียงของคุณแป๋ม สุภัทรา แล้วลดขนาดของวงดนตรีไม่ต้องใหญ่เหมือนในชุดรังสรรค์วันสวย ผมว่าคัดเพลงที่คุณแป๋มร้องที่กระจัดกระจายอยู่ชุดอื่นด้วย เช่น เงาไม้ มาบันทึกใหม่โดยเล่นสดต่อตรงเข้าเครื่องตัดเป็นมาสเตอร์แล็กเกอร์เลย direct to disc ไม่ต้องผ่านเทปหรือระบบดิจิตอล ผมว่างานนี้คนเล่นซีดีต้องมีค้อนแน่ 

ขึ้นอยู่กับว่าจะมีคนสนับสนุนผมซักกี่คนหละครับ 
ถ้าเอาวงขนาดเดิม ไม่นับค่าตัว จ่ายแต่ค่าเดินทางและสตูดิโอค่าใช้จ่ายก็ต้องเตรียมไว้สองล้านบาทถ้วน 

สงสัยต้องขายบ้านอีกซักหลังแล้วครับ 
Posted by :joeposter
วัน/เวลา :18/7/2553 20:58:41วัน/เวลา :18/7/2553 20:58:41

เพลงรับลมหนาว สวีทนุช ที่สุดหวาน แนะนำครับ
(Reader : 541)

 


ดูเหมือน ค่ายใบชา จะปล่อยของเต็มที่สำหรับชุดนี้ครับ ผมเป็นผู้ฟังคนหนึ่งที่ประทับใจการทำงานของ น้อง บรรณ สุวรรณโณชิน ทั้งฝีมือการบันทึกเสียง-เรียบเรียงดนตรี จนถึงการขับร้องที่แปลกหูแปลกตา แต่น่าฟังมาก 

ผมเคยประชาสัมพันธ์ สวีทนุช 1 ในหลายๆความเห็นทางอินเตอร์เนต และก็ได้รับความสนใจจากคอเพลงไทยที่เห็นคุณค่ามากมาย ผมเองช่วงนั้น ฟังจนหูชาช้ำไปหมด ก็เพราะเพลงที่ฟังระรื่นหู การบันทึกเสียงดีเยี่ยม การขับร้องที่แปลกและพยายามให้เห็นแววเพลงไทยในอดีตกลับมา 

1 3G 
2 ที่สุดของแม่ 
3 ดอกปาริชาติสวรรค์ 
4 อย่าเอ่ยคำว่า Love 
5 คำนึง 
6 Call Center 
7 เหลือเพียงแมวเหมียว 
8 เกลียดความหนาว 
9 ฤาความรักแปลก 
10 เดินช้าๆหน่อย 
11 Facebook 
12 คำนึง (กล่องดนตรี) 

เพลง3 ,7 คำร้อง-ทำนอง โดย ศักดิ์ศิริ มีสมสืบ กวีซีไร้ท์ 

บรรณ สุวรรณโณชิน คำร้อง-ทำนอง เรียบเรียงดนตรี 

ต้องบอกว่า บรรดาหูทองทั้งหลาย คงได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศเก่าๆเคล้าลมหนาวแน่นอน ชุดนี้ผมให้ 5 ดาว ครับ ทั้งการบันทึกเสียงระดับ Audiophile การบันทึกเสียงดนตรีสดๆ เช่น เปียโน ฟรุท แชลโล ไวโอลิน กลอง เครื่องเป่าน้อยชิ้น ท่านที่ชอบ XRCD แบบไช่ฉิน คงไม่ผิดหวังชุดนี้ครับ 

ผมขอพูดถึงบทเพลงในอัลบัมนี้ จะเน้นกลิ่นอายความหวานแบบย้อนยุค ผมว่าจะหวานกว่าชุดแรกด้วยซ้ำไป ท่านที่ชอบ พิทยา บุณยรัตนพันธ็ & อ้อย อัจฉรา คุณน้านุชคือ2เสียงในอดีตที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวที่สุด การเอื้อนคำ จังหวะการขับร้อง คุณน้านำติดตัวกลับมาได้อย่างน่าอัศจรรย์   

เพลงที่ผมอยากแนะนำ 

ที่สุดของแม่...ความหมายลึกซึ้งกินใจ คุณ บรรณ ถ่ายทอดคำร้อง/ทำนอง ได้ไพเราะกินใจ เสียงไวโอลินที่รื่นหูและเชื่อมโยงความอ่อนหวานของแม่กับลูก   

ดอกปาริชาติสวรรค์...เพลงนี้ผู้ประพันธ์ คุณศักดิ์ศิริ มีสมสืบ ถ่ายทอดอารมณ์เพลง ความรักต่างกาลเวลา การใช้คำที่สวยงาม ไพเราะมากๆๆถึงมากที่สุด ได้คุณ เท่ห์ อุเทน พรหมมินทร์ ร้องคู่คุณน้านุช หวานมากๆครับ 

คำนึง....เพลงนี้หวานจับใจอีกเช่นกัน ไม่รู้จะหวานไปถึงไหน 

เหลือเพียงแมวเหมียว....เพลงนี้ ผมและบรรณทำการบ้านกัน เพราะ ตอนแรกตั้งใจให้พี่ตุ้ม ศรีไศล สุชาตวุฒิ ขับร้อง นำเดโมเพลงไปให้พี่ตุ้มฟังด้วย การบ้านของเราหนักทีเดียว เพลงของพี่ตุ้ม จะเน้นคีย์ Minor หรือ ไสตล์แบบคุณเศรษฐา ขับร้อง แนวๆนั้นจากความต้องการพี่ตุ้ม และ บรรณก็ได้เพลงนี้จาก คุณ ศักดิ์ศิริ มีสมสืบ กวีซีไร้ท์ ความไพเราะจึงการันตีได้เลย แต่ว่าในช่วงเวลานั้น พี่ตุ้มมีเวลาในเมืองไทยไม่มาก ต้องรีบบินกลับสหรัฐฯ เพลงนี้ จึงถูกนำมาขับร้องอยู่ในชุด สวีทนุช ที่สุดหวาน โดยแม่นุช และพวกเราก็จะรอการกลับมาของพี่ตุ้มต้นปีหน้า พร้อมการบ้านชิ้นใหม่ 

เกลียดความหนาว ...ท่านที่ชอบกลิ่นอายย้อนยุค กับเสียงออร์แกน จะไม่ผิดหวังเลย จังหวะวอลซ์ที่เข้ากับบรรยากาศของเพลงนี้ ขึ้นต้นเพลง ผมกลับไปนึกถึงเพลงรัสเซีย หรือ ฟินแลนด์ 60 นั่นไปเลย 

ฤาความรักแปลก...หวานจนไม่รู้จะพูดอย่างไรอีก หวานทั้งชุดเลยมังน้องบรรณ 555555    

เอาเป็นว่า ใบชา ปล่อยของแล้วครับ ผมการันตี5ดาว เพลินวาน คือ จุดขายของหัวหิน ฉันใด สวีทนุช ที่สุดหวาน ก็คือ จุดขายของวงการเพลงไทยในยุคนี้ ครับ 

ยืนยัน      

 

http://www.baichasong.com/
Posted by : okton วัน/เวลา : 5/11/2553 22:35:41
 

ขอแนะนำแผ่นเสียงเพลงไทยออกไหม่สามชุดครับ
(Reader : 1123)

ช่วงนี้อยากจะบอกว่าวงการแผ่นเสียงเมืองไทยกลับมาคึกคักมาก มีการกลับมาผลิตแผ่นเสียงกันเยอะขึ้นครับ แต่ส่วนใหญ่บางที่จะได้รับการประชาสัมพันธ์น้อย ทำให้เราคิดว่าศิลปินไทยไม่ออกแผ่นเสียงกันแล้ว โดยเฉพาะช่วงเดือนนี้เท่าท่ผมทราบจะมีออกกันมาถึง 4 ชุดเลยครับ อันแรกเลยก็จากพี่ joe poster เพลงเพราะมากครับ เดี๋ยวรอให้พี่เขามาแนะนำเองอีกครั้ง แต่ที่ผมจะแนะนำอีกสามชุดคิดว่าหลายๆคนคงยังไม่ทราบครับ แต่ขอบอกว่าเพลงเพราะมากทุกชุดครับ ถ้ามีโอกาสลองหามาฟังกันดูครับ  
Posted by : akk1 วัน/เวลา : 9/11/2553 20:3


แผ่นแรก เป็นศิลปินแนวอิ้นดี้ของไทยครับ เพลงดีมากๆ เคยได้รับรางวัล ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมสีสันอวร์ดด้วยครับ วงร็อคสามชิ้นstyle brit rockครับ วง "buddhist holiday" แนวเพลงเป็นร็อคstyleนุ่มๆแบบผู้ดีอังกฤษ เนื้อหาดีครับ บันทึกเสียงดีมากครับ แผ่นนี้ส่งไปผลิตที่ USA ครับ เป็น vinyle marble สีครีมลายหินอ่อน สวยมากครับ  

Posted by : akk1                                                                                                                             วัน/เวลา : 9/11/2553 20:3


“Buddhist Holiday” วงดนตรีแนวไซคีเดอลิค (2000-present) 
ชื่อนี้ได้ให้กำเนิดบทเพลงดีๆมากมาย จนไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาจะได้รับรางวัลจากนิตยสารสีสันและคำชื่นชมจากแฟนเพลง และนักฟังเพลงมากมาย 
ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมอัลบั้มใหม่ที่จะผลิตเป็นแผ่นเสียง LP ขนาด12” ซึ่งผลิต จำนวนจำกัดเพียง 500 แผ่นเท่านั้น กับตราแผ่นเสียงแพนด้าเรคคอร์ด 

เครดิต 
- ออกอัลบั้มเต็มชุดแรกชื่อ Buddhist Holiday ปี 2005 กับ Sony Bec Tero 
- วงดนตรีหน้าใหม่ยอดเยี่ยมและอัลบั้มยอดเยี่ยมสีสันอวอร์ดปี 2005 
- บทเพลงของบุดดิสฮอลิเดย์ที่ได้รับความนิยมได้แก่ “เหตุผล”, “ยังไม่เจอ”, “ความรู้สึก”,“นาฬิกา”, “หอม”, ฯลฯ 
- เพลง “นาฬิกา” ถูกเลือกไปประกอบภาพยนต์เรื่อง Final Score 

Posted by : Hans วัน/เวลา : 24/11/2553 10:40:18

 

 


 

อีกสองแผ่นน่าศิลปินน่าจะมีคนรู้จักพอสมควร "บอยด์ โกสิยพงษ์" หลายๆคนคงไม่รูว่าเขากำลังจะออกแผ่นเสียงในอัลบัมล่าสุดของพี่เขาครับ "บอยด์-นพ" และ "บอยด์-ป็อด"

เริ่มจากบอยด์-ป็อด คือโปรเจ็คร่วมกันของบอยด์ กับ ป็อด โมเดิร์นด็อกนั่นเอง อัลบั้มที่มีเพลงดังๆมากมาย อาทิ รักคุณเข้าอีกแล้ว, ช่วงชีวิต ที่เป็นการร้องคู่กันของ ป็อดกับ วินัย พันธุ์รักษ์ หรือเพลงอื่นอีกมากมาย

แผ่นนี้ถูกผลิตที่ USA เหมือนกันครับ เป็น black vinyl ผลิตมาจำนวนจำกัด 1000 ชุดครับ

Posted by :akk1
วัน/เวลา :9/11/2553 20:44:46วัน/เวลา :9/11/2553 20:44:46


ส่วนแผ่นสุดท้ายที่จะแนะนำเป็นโปรเจคต่อเนื่องมาจากแผ่นแรก แผ่นนี้คือการร่วมงานกันระหว่างบอยด์ กับ นพ พรชำนิ เจ้าของเสียงร้องในหลายๆเพลงของบอยด์ อาทิ ฤดูที่แตกต่าง 
Posted by :akk1
วัน/เวลา :9/11/2553 20:48:45วัน/เวลา :9/11/2553 20:48:45
 

หลายๆท่านคงไม่ทราบว่าอัลบัมชุดนี้ถูกบันทึกเสียง ด้วยดนตรีสดทุกชิ้นพร้อมวงออเครสตราที่ capital record L.A ประเทศสหรัฐอเมริกา ห้องอัดเสียงที่ว่ากันว่าอัดเสียง motown sound แทบทุกชุดมาจากห้องอัดนี้ ขอบอกว่าชุดนี้บันทึเสียงสุดยอดครับ   

แผ่นเสียงแผ่นนี้เป็นสีทองสวยงามมากครับ
Posted by :akk1
วัน/เวลา :9/11/2553 20:54:11วัน/เวลา :9/11/2553 20:54:11

 

บทความอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน